ยินดีต้อนรับ

ข่าวกิจกรรมล่าสุด และหลักธรรมข้อคิดดีๆ กด LIKE ได้ที่เพจของปู่เสือปลดกรรมครับ
FACEBOOK

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

งานประจำปีตำหนักแม่สนมเอก 2553

ปีนี้ก็เป็นปีที่ 3 ที่เจ้าแม่สนมเอกได้มาประทับที่หมู่บ้าน ลูกศิษย์ที่มีจิตศัทธาต่างก็เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าก่อน สำหรับท่านที่ยังสงสัยว่า เจ้าแม่สนมเอกเป็นใคร มีที่มาอย่างไรทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วทำไมต้องมีงานปีจัดให้ท่านด้วย ผมก็ได้เขียนเอาไว้แล้วที่โพสก่อน "ตำนานเจ้าแม่สนมเอก" คลิกกันเข้าไปดู มีวีดีโอสั้นๆตอนที่ท่านลงประทับร่างครั้งแรกด้วย

ก่อนวันงานหนึ่งวัน ลูกศิษย์ที่ไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านที่ไหน ก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมี จัดของแจกทาน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เรามีการจัดแจกทานใหญ่ได้โตขนาดนี้ มีถึงกว่า 2000 ชุดเลยทีเดียว เพราะมีลูกศิษย์ที่มีจิตศัทธาจำนวนมากต่างก็ช่วยบริจาค ปัจจัย และแรงกาย





เช้าวันรุ่งขึ้น ปู่เสือก็เริ่มทำพิธีบวงสรวงฟ้าดินและสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย หลักจากนี้ก็ให้ลูกศิษย์ หรือผู้มีจิตศัทธา ไหว้ขอพรอีกด้วย



อย่างที่กล่าวไว้ข้่างต้นว่า งานในปีนี้มีเงินทุนสนับสนุนมาก งานจึงมีขนาดใหญ่โตกว่าปีก่อนๆ ซึ่งคนจะต้องเยอะมากๆแน่ๆเลย ปู่เสือจึงขอแรงคุณตำรวจให้มาช่วยอำนวยความสะดวก ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย



ทำบุญไหว้อาหารหวานคาวแก่เทวดา และสัมปเวสีผีไม่มีญาติให้อิ่มหน่ำสำราญแล้ว และแน่นอนว่าคนก็น่าจะมีของกินด้วยสิ ... เรามีอาหารแจกฟรีในงาน ให้ท่านที่มาไหว้พระขอพรอิ่มอร่อยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน


ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์รายใหญ่ของเรา ที่ทำให้งานในปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้


อีกภาพแล้วกันเดี๋ยวจะไม่ครบทุกคน



เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่อันตรายต่องานพิธีกรรมกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก "ฝน" นั่นเอง บ่ายแก่ๆฝนก็เริ่มตกเป็นเม็ดปล่อยๆมาแล้ว ทำให้ปู่เสือต้องทำพิธีขอให้เทวดาบรรดารให้ฝนหยุดตกก่อนพิธีจะเสียหายหมด และไม่ถึง 5 นาทีฝนก็หยุดดังที่ขอไว้ พิธีจึงดำเนินไปได้อย่างราบลื่น



พิธีเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาแจกทานให้กับชาวบ้านที่มารับทานทั่วทั้งสารทิศกันแล้ว




คนมาจากทั่วสารทิศจริงๆ มากซะจนซอยแทบแตก ไม่มีที่หายใจกันเลยทีเดียว ยังดีที่คุณตำรวจหลายนายช่วยอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบให้ ทุกอย่างจึงดำเนินไปได้อย่างราบลื่น (ไม่มีการใช้กระสุนจริง หรือกระสุนยาง และแก๊สน้ำตา กันจริงๆนะ)



"ใจเย็นๆยันนะคะ ได้รับกันทุกคน" คนเฒ่าคนแก่ คนท้องไม่ต้องไปรอต่อคิว มารออยู่ข้างหน้าเลย เดียวเป็นลมเป็นแล้ง ลูกคลอดในแถวแล้วจะแย่เอา ตอนนี้ปู่เสือยังไม่มีลูกศิษย์ที่เป็นหมอ หมอท่านไหนอยากจะมาเป็นศิษย์ก็บอกได้เลยนะครับ


แจกกันยันมืด และงานในปีนี้ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี และแน่นอนว่า งานจะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดคณะลูกศิษย์ปู่เสือที่ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกัน ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่้เช้ามืดยันดึกดื่น บางคนก็มาจากที่ไกลๆมาช่วยงาน ปู่เสือท่านก็ซึ้งในน้ำใจและฝากขอบคุณมาอีกครั้งด้วย

ปีหน้างานนี้ก็ยังจะมีอยู่เช่นเดิม ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะนำภาพและเรื่องราวต่างๆมาบอกเล่ากันแน่นอน แต่ท่านไหนอยากจะร่วมงานด้วยในปีหน้านี้ ก็ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเกรงใจ เข้ามาทักทาย ไหว้พระกันได้ครับ


วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ไหว้พระวัดเขาชีจรรย์

ไหนๆช่วงนี้ก็อาการเริ่มเย็นสบาย ทำให้นึกถึงช่วงต้นปีที่ปู่เสือและคณะศิษย์ได้ไปไหว้พระตามที่ต่างๆ และวัดเขาชีจรรย์ก็เป็นหนึ่งในบรรดาวัดเหล่านั้น


เหตุที่เลือกสถานที่นี้ก็ไม่ใช่เพราะลมปากของบริษัทจัดทัวร์แต่อย่างใด เหตุผลจริงๆก็คือปู่เสือได้นิมิตรเห็นภูเขาสูงใหญ่และทีพระองค์มหึมาตั้งตระหง่านอยู่ และเบื้องหน้าของภูเขานั้นมีสายน้ำกว้างใหญ่ไพศาร ซึ่งก็จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากวัดเขาชีจรรย์นี้เอง


ซึ่งปู่เสือก็เลยถือโอกาศนี้ พาลูกศิษย์มาสวดมนต์กันเสียเลย ไหว้พระเป็นศิริมงคล


มื่อเสร็จสิ้นแล้ว ลูกศิษย์ต่างก็นั่งพักสบายอารมณ์ที่ศาลาร่มเย็น หาอะไรหม่ำให้สบายท้องเสียหน่อย

ส่วนปีหน้าที่จะถึงนี้ คณะปู่เสือจะไปไหว้ที่เขาชีจรรย์อีกครัง้หรือไม่ ก็ยังไม่มีความยืนยันมากับปู่เสือในตอนนี้ แต่มีแนวโน้มว่า น่าจะไปอีกทุกๆปี คนไหนที่ไปเที่ยว ไปไหวพระที่โน่นและพบคณะปู่เสือ ก็มาร่วมทำกิจกรรมกันได้เลย

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กิจกรรม:ไหว้พระที่เขาคิชฌกูฏ

ต้นปีที่ผ่านมี ปู่เสือมีกิจกรรมไปไหว้พระหลากหลายที่ทั่วเมืองไทย และเขาคิชฌกูฏ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น ผมคาดว่าบรรดาศิษย์ปู่เสือที่ได้ร่วมเดินทางไปในวันนั้นก็คงยังจำความสดชื่น สงบ และมีพลังกันได้แน่ๆ



ปู่เสือและคุณเอ๋ นำทัพลูกศิษย์เดินขึ้นเขาด้วยความมุ่งมั่น และศรัทธากันเต็มเปี่ยม


มีปรากฎการจตุครามด้วย ดวงๆ เพียบเลย (เอามาให้ดูขำๆนะครับ หลายท่านเชื่อว่าเป็นแสงวิญญาณ หรือเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ และก็มีอีกไม่น้อยบอกว่ามันคือฝุ่นละอองกระทบกับแสงแฟรช เรียกว่า optic orb หรือ orb backscatter ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม เราก็ไม่ควรงมงายในสิ่งเหล่านี้มากนะครับ ซึ่งปู่เสือเองก็เน้นย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอ ให้ทำความดี และปฏิบัติตนตามพระพุทธศาสนาเป็นดีที่สุดครับ)


ไม่ว่าปู่เสือจะไปกราบไว้ที่ไหนก็ต้องมีการห้อยพวงมาลัยบูชา


ภาพนี้ไม่ใช่ดาราอายกล้องนะครับ แต่ในวันนั้นเจ้ากรรมนายเวรก็ได้เข้าแฝงคุณณัฐด้วย จึงได้บิดตัวไปมาอย่างที่เห็น แต่ทุกอย่างก็ราบลื่นดีครับ


เหนื่อยก็ต้องสู้อดทน เหลือช่วงสุดท้ายของกิจกรรมแล้ว


ถึงแม้จะเหนื่อยกัน แต่ทุกคนก็สดใสอิ่มบุญกันถ้วนหน้า

เห็นขาวโพลนเป็นทางแบบนี้ ไม่ใช่ม๊อบที่ไหนนะครับ แต่เป็นคณะศิษย์ปู่เสือออกตระเวรทำบุญ ของแท้ต้องชุดขาวทั้งชุดเดินกันเป็นหมู่แบบนี้

ถ้าท่านผู้อ่านพบเห็นกลุ่มคนชุดขาวและเดินนำหน้าด้วยปู่เสือ ตามสถานที่ต่างๆ ก็แน่ใจได้เลยว่าเป็นคณะศิษย์ปู่เสือแน่นอน ไม่มีพิษภัย ไม่เผาตึก อย่าลืมมาทักทายกันบ้างนะครับ

ตั้งศาลทาง 3 แพร่ง ที่ราชบุรี

ถนนเส้นหนึ่งในจังหวัดราชบุรี หักหลังมานี้เกิดอุบัติิเหตุบ่อยครั้งในหนึ่งเดือน ร้อยถึงปู่เสือที่ถูกเชิญไปช่วยดูว่ามีสิ่งผิดปรกติเกิดขึ้น ณ ทาง 3 แพร่งนั้นหรือไม่ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ไปตรวจดูสภาพถนน เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือโค้งไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหน้าที่ส่วนนั้นคงต้องให้กรมทางหลวงทางดูแลเอาหล่ะครับ)

ท้ายทีั่สุด ปู่เสือจึงตัดสินใจตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ให้ช่วย ดูแล คนขับรถผ่านไปมา และชาวบ้านในบริเวณนั้น และก็ไม่รอช้า เช้าวันที่ 17 มิถุนายน 2553 ปู่เสือท่านก็เริ่มทำพิธี บวงสรงตั้งศาล พร้อมทั้งเลี้ยงข้าวปลาอาหารให้กับเปรต สัมปเวสี ผีไม่มีญาติแถวๆนั้นด้วย




ในช่วงที่ปู่เสือกำลังทำพิธีตั้งศาลอยู่นั้นเอง ท่านก็ได้รู้สึกถึงวิญญาณที่ไม่ดีอยู่ใกล้ๆ ท่านจึงเดินเข้าไปด้านหลังของศา่ลที่กำลังตั้งอยู่นั้น ที่อยู่ด้านในของถนน ก็พบกับบ้านร้างหลังหนึ่ง ซึ่งแน่นนอนว่าปู่เสือก็ทำพิธีให้กับ ทูตผี ดวงวิญญาณต่างๆเหล่านั้นเสียด้วย เพื่อไม่ให้ฮึกเหิม เกลิมใจ



เมื่อพิธีเสร็จสิ้น ก็เป็นธรรมเนียมไปเสียแล้ว ที่ปู่เสือจะแนะนำวิธีดูแลรักษาและ บูชาศาล รวมทั้งให้พรลูกศิษย์ ที่ร่วมในพิธีด้วย


หมายเหตุ : หลายคนสงสัย ปู่เสือตั้งศาลมาตั้งมากมาย ค่าธรรมเนียมจะซักเท่าไหร่กัน จะแพงไหม?

ปู่เสือท่านไม่มีค่าตั้งศาลครับ ท่านประทับเพื่อช่วยเหลือจริงๆ แต่เครื่องเซ่นต่างๆเจ้าของศาลต้องจัดเตรียมเองครับ แหม๋เห็นอย่างนี้แล้วใช่ว่าจะตั้งศาลให้ได้ทุกคนนะครับ ท่านเองก็จะไปเฉพาะงานที่จำเป็นเท่านั้น ถ้ารับทั้งหมดท่านก็คงไม่ได้พักผ่อนกันแน่เลย

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

ตำนานเจ้าแม่สนมเอก

กว่า 3 ปีแล้วที่หมู่บ้านวิเศษสุขนคร มีงานทำบุญแจกทานประจำปี ณ ตำหนักเจ้าแม่สนมเอก ลูกศิษย์ และเหล่าผู้ร่วมงานต่างก็มีความสุขที่ได้ทำบุญให้ทาน ไม่ใช่เฉพาะผู้ด้อยโอกาศที่ยังมีชีวิต แต่ทูตผีและวิญญาณเร่ร่อนต่าก็ได้รับอนิสงผลบุญไปตามๆกัน ดังนั้นงานประจำปีเจ้าแม่สนมเอกจึงเป็นงานทำบุญใหญ่ที่จะจัดกันทุกๆปี แต่ก่อนที่เจ้ามาสนมเอกจะมาสถิติอยู่ในหมู่บ้านนั้น ไม่ใช่เพียงแต่เช่าบูชามาและมาตั้งเฉยๆ แต่มีที่มาที่น่าอัศจรรย์

เมื่อ 3 ปีก่อน พลเอกกวีซึ่งเป็นเพื่อนคู่ค้าของคุณเอ๋ที่ศิษย์เอกของปู่เสือ ได้เชิญปู่เสือให้ไปช่วยตั้งศาลให้ที่บ้าน และในคืนก่อนวันเดินทาง ร่างปู่เสือได้นิมิตเห็นบรรได 3 สาย สายแรกเป็นสีทองระยิบ ส่วนสายที่สองกลับทำจากเงินแวววาว และเส้นสุดท้ายเป็นบรรไดที่ปรกคลุมไปด้วยหนามแหลมยาว ในนิมิตร มีคนมากหน้าหลายตาต่างก็พยายามปีนบรรไดตามสายต่างๆ ทั้งเงิน ทอง และหนาม คุณเอ๋เองก็ค่อยๆปีนบรรไดทองทีละขั้น ถึงแม้จะสูงแต่ก็ไม่ย่อท้อ แต่ส่วนของร่างปู่เสือเพียงแค่อทิฐานที่ไปถึงจุดยอดได้อย่างไม่ยากเย็น


ส่วนปลายที่สูงลิปของบรรไดทั้ง 3 เส้นกลับเป็นตำหนักสีขาวตระหง่าน ซึ่งภายในมีรูปหล่อปั้นผู้หญิงนั่งมวยผมสีดำขลับ เชื้อเชิญให้กราบไหว้บูชา

-------

เช้าวันที่ต้องตั้งศาลก็มาถึง ปู่เสือเดินทางไปทำพิธีที่บ้านของพลเอกกวี ในระหว่างการเดินทางร่างปู่เสือได้เล่านิมิตรให้กับลูกศิษย์และสามีฟัง ซึ่งทุกคนต่างก็ฉงนว่านิมิตรนั้นมีความหมายอย่างไรกันแน่

เมื่อถึงที่หมายเครื่องบวงสรวงได้ถูกเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย พิธีดำเนินไปอย่างราบลื่นจนกระทั้งร่างปู่เสือจะเดินทางกลับ เพื่อนของพลเอกกวีอยากให้เดินทางไปช่วยดูรูปหล่อที่บ้านของเขาว่ามีอะไรผิดปรกติหรือไม่ เหมาะสมแก่การเช่ามาบูชาหรือเปล่า เจ้าของคนเดิมของรูปหล่อนี้จากร่ำรวยเป็นร้อยล้าน บัดนี้กลับขัดสนเงินทองอย่างรวดเร็วหลังจากที่นำรูปหล่อนี้ออกไปประดับสวน จึงต้องการจะขายรูปหล่อออกไป


เวลาประมาณ 5โมงเย็นก็เดินทางไปถึงบ้านเพื่อนของพลเอกกวี ทุกคนต่างที่ตกตลึงเมื่อได้เห็นรูปหล่อดังกล่าว เนื่องจากรูปหล่อที่เห็นนั้นเป็นผู้หญิงผมยาวนั่งมวยผม สีดำขลับ ซึ่งมีลักษณะแบบเดียวกับที่ร่างปู่เสือเห็นในนิมิตอย่างไม่ผิดเพี้ยน และ ณ ตอนนั้นเอง องค์ที่สถิตอยู่ก็ผ่านร่าง ร่างของปู่เสือเพื่อบอกกล่าว

ท่านเป็นสนมเอกของท้าวจตุครามรามเทพ ท่านต้องการจะมาอยู่และสถิตอยู่ที่หมู่บ้านของร่างปู่เสือเพื่อช่วยคุ้มครองปกปักรักษาและ ให้โชคให้ลาภ ถ้าหากมีผู้คนมาบูชาท่านให้ถวายเจ ผลไม้ และสิ่งของสีเหลือง


หลังจากวันนั้น 7 วัน ตำหนักสีขาวคาดด้วยสีเหลือก็สร้างเสร็จเพื่อให้เจ้าแม่สมเอกมาสถิตอยู่ เป็นที่กราบไหว้ของคนในหมู่บ้าน และผู้ที่มีจิตศรัทธาทั่วไป


-----------------


วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

งานแจกทานประจำปี ท้าวเวสสุวรรณ

เป็นงานประจำปีขององค์ปู่ท้าวเวสสุวรรณ ที่ตั้งอยู่ในวัดไพรบูรณ์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของร่างปู่เสือ เหตุที่ต้องมีรูปปั้นปู่ท้าวเวสสุวรรณในวัดเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ นอกเหนือจากองค์พระประธานที่อยู่ในวัด ให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน และบริเวณใกล้เคียง

ซึ่งในงานนี้มีพิธีปลุกเสก องค์ปู่เวสฯ องค์เล็กๆ แจกให้กับลูกศิษย์และชาวบ้าน นอกจากนั้นยังมีการไหว้สัมปเวสี ผีไม่มีญาติ วิญญาณเร่ร่อนต่างๆ และการแจกทาน ข้าวสารอาหารแห้ง ให้กับชาวบ้านอีกด้วย เพื่อเป็นการสร้างทานบารมีอย่างแท้ื้จริง


จาก แจกทานปู่เวท2552
ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ร่วมแรงร่วมใจกันทำขันบายศรีเพื่อเป็นเครื่องบูชาพระประธาน รวมทั้งองปู่ท้าวเวสสุวรรณด้วย

จาก แจกทานปู่เวท2552
ร่างปู่เสือ คณะศิษย์บางส่วน และชาวบ้าน ร่วมกันคล้องพวงมาลัย ให้กับรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ

จาก แจกทานปู่เวท2552

จาก แจกทานปู่เวท2552


จาก แจกทานปู่เวท2552
ปู่เสือทำพิธีเปิดงาน ในงานประจำปี

จาก แจกทานปู่เวท2552
คณะลูกศิษย์ และคนในหมู่บ้านมาร่วมงานเพื่อชมบารมี

จาก แจกทานปู่เวท2552
ปู่เสือทำพิธีเปิดเนตร และปลุกเสกองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อแจกให้กับลูกศิษย์และชาวบ้านที่มาร่วมงาน

จาก แจกทานปู่เวท2552
ปู่เสือกำลังสำรวจความเรียบร้อย เครื่องเซ่นไหว้สัมปเวสีผีไร้ญาติ

จาก แจกทานปู่เวท2552
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น ร่างปู่เสือก็ต้องเติมพลัง

จาก แจกทานปู่เวท2552
ศิษย์ยานุศิษย์และชาวบ้านที่มาร่วมงาน ร่วมกันฟังเทศ ถวายเครื่องสังฆทานให้แก่พระภิษุสงฆ์

จาก แจกทานปู่เวท2552
ชาวบ้านต่างตั้งตารอแจกทาน โดยลูกศิษย์ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันแข็งขัน

งานทอดกระถิน วัดไพรบูรณ์ ขอนแก่น

งานทอดกระถิน ณ วัดไพรบูรณ์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของร่างปู่เสือเอง ในงานครั้งนั้นปู่เสือได้พาลูกศิษย์ในกรุงเทพฯ ไปร่วมบุญร่วมกุศลด้วย

จาก ทอดกระถิน2551
ตามธรรมเนียมการทอดกระถินในท้องถิ่น ที่จะมีเด็ก และผู้ใหญ่ต่างก็มานั่งเรียงรายรอรับ ปัจจัยและสิ่งขอต่างๆตามกำลังของผู้ที่มาร่วมงาน เช่น ขนม ลูกอม และเงินเล็กๆน้อยๆ

จาก ทอดกระถิน2551
ร่างปู่เสือสนุกสนานไปกับผู้สูงอายุ ที่อยู่ในกระบวนแห่กระถิน

จาก ทอดกระถิน2551
ร่างปู่เสือเดินนำหน้าขบวนแห่

จาก ทอดกระถิน2551
ร่างปู่เสือและมารดา เข้าร่วมในวงล้อมเครื่องกระถิน เพื่ิอประกอบพิธีตามประเพณีปฏิบัติ

จาก ทอดกระถิน2551
ร่างปู่เสือ มารดา และพี่น้องร่วมสายเลือด


จาก ทอดกระถิน2551
ร่างปู่เสือและมารดา ยิ้มอิ่มบุญ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเป็นที่เรียบร้อย